สวัสดีครับ!

นี่คือการอัพบลอกครั้งแรกในรอบปีของชาวหน่อไม้

(เพราะที่อัพครั้งสุดท้าย ก็คือ วันที่ 1 เมษายนของปีที่แล้ว)

นานจนต้องกลับไปค้นสมุดจดเก่าๆ เลยทีเดียวว่า password คืออะไร

ที่กลับมาคราวนี้ ไม่ได้เป็นเพราะหัวใจขอมาแต่อย่างใด (แต่นั่นก็อาจมีส่วน)

แต่เป็นเพราะช่วงนี้ กลับมาวนถึงวันที่มีโครงการ April Truth's Day อีกครั้ง

โครงการนี้เป็นของคุณทรงกลด บางยี่ขัน กับสมาชิกชาวทริป 'น้ำต้มผักก็ว่าหวาน'

หากใครสงสัยว่า April Truth's Day คืออะไร ท่านสามารถติดตามได้ที่นี่ 

 http://www.lonelytrees.net/?p=640

 

โดยปีนี้ เป็นเรื่องของบ้านดิน และอาหาร organics ที่ศูนย์พันพรรณของคุณโจน จันใด 

สมาชิกชาวหน่อไม้ ก็มีส่วนร่วมกับเขาเหมือนกัน

คือ..

      ครูแอน

      บีม

      บดินทร์

      เม

      ขวัญ

เรามาดูกันดีกว่าว่า

..ความจริง ในวันที่โลกต่างพูดโกหกมีอะไรบ้าง... 

*****************************************************************

 

คิดจะปลูกต้นผักสักกอ

มือใหม่หัดปลูก’

ย่างเข้าเดือนเมษา ปีนี้ก็เหมือนทุกๆ ปีที่บ้านเราจะต้องหาเรื่องไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ กันสักครั้ง

คนอยู่ไกลทะเล วันหยุดยาวหรือช่วงปิดเทอมก็คงจะพากันไปเที่ยวทะเล

แต่พวกเราเห็นทะเลจนเบื่อ ร้อนนี้เลยหนีร้อนจากทะเลขึ้นเหนือไปพักร้อน

บ้านของยายที่เชียงใหม่จึงเป็นที่หมายของการเดินทางครั้งนี้ของพวกเรา

 

เชียงใหม่ไม่ได้สวยและน่าอยู่เฉพาะฤดูหนาวหรอกนะ แม้ว่าใครต่อใครจะคิดถึงเชียงใหม่

เวลาที่ลมหนาวมาถึงก็เหอะ ชะเอมคนนึงล่ะที่ไม่ได้อยากมาเชียงใหม่แค่ตอนหน้าหนาว

ถ้าเป็นไปได้อยากมาสัมผัสทุกฤดูของที่นี่ด้วยซ้ำ ไม่ใช่แค่เพราะอากาศ

แต่เป็นเพราะคนด้วยต่างหากที่ชะเอมคิดถึง..

 

บ้านของพี่ข้าวตอกอยู่ติดกับบ้านของยาย ทุกครั้งที่ชะเอมมาเชียงใหม่

จึงไม่มีครั้งไหนที่เราจะไม่ได้เจอกัน

แม้ว่าตอนนี้พี่ข้าวตอกจะต้องย้ายไปเรียนที่โรงเรียนในจังหวัด

แต่พอช่วงปิดเทอมก็จะกลับมาอยู่ที่บ้าน

เล่นซนมาด้วยกันตั้งแต่เด็กก็จริง แต่พอโตขึ้นก็มีเวลาเจอกันน้อยลง

แต่โชคดีที่ชะเอมมาเชียงใหม่ปีนี้ ..เราว่างตรงกัน..

 

ตั้งแต่มาถึงเชียงใหม่คนที่ยายห่วงมากว่าจะหนีออกไปวิ่งเล่นซุกซนจนอยู่ไม่ติดบ้าน

ก็น่าจะเป็นชะเอมนั่นแหละ แต่คนที่อยู่ติดบ้านน้อยที่สุด กลับเป็นคุณตา

ตอนนี้สมาชิกในหมู่บ้านมีกิจกรรมหนึ่งที่กำลังเป็นที่สนใจ

ทุกคนอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง และกำลังคิดจะสร้างบ้านของตัวเอง

แล้วมันแปลกตรงไหนเหรอ ใครๆ เค้าก็คิดกันอย่างนี้

ถึงได้ตั้งหน้าตั้งตาหาเงินจนไม่เป็นอันกินอันนอน ไม่มีเวลาพักผ่อน

เพื่อเอาเงินที่ใช้เวลาหามามากกว่าครึ่งชีวิต สร้างบ้านให้ตัวเองและครอบครัวให้ได้สักหลัง

แต่อามนัสไม่คิดแบบนั้น อามนัสบอกว่าเราสร้างบ้านของเราเองได้

ดยไม่ต้องใช้เงินมากมายขนาดนั้น สร้างบนที่ดินของเรา สร้างมาจากผืนดินของเรา

และจากหยาดเหงื่อแรงงานของเราเอง

 

อามนัสเบื่อชีวิตในเมืองกรุง ชีวิตที่ต้องคิดถึงแต่เรื่องงานและเงิน

จนลืมความหมายและความสุขในชีวิต เวลาป่วย ทำไมต้องลาป่วย

ทำไมคนเราถึงทำให้ชีวิตมันยาก ทำไมไม่ทำให้มันง่าย

ในที่สุดอามนัสก็ตัดสินใจกลับมาอยู่ที่บ้าน มาใช้ชีวิตอย่างที่มนุษย์ควรจะเป็น

อามนัสบอกทุกคนไว้อย่างนั้น ไม่ใช่แค่พูดเท่านั้นแต่ยังทำให้พวกเราเห็นด้วย

 

ตอนนี้ บ้านดิน ของอามนัสจึงเป็นต้นแบบให้กับคนในชุมชนที่กำลังเริ่มหันมาให้ความสนใจ

รวมทั้งวิธีคิดและการใช้ชีวิตของอามนัสด้วย

อามนัสเลยคิดจะทำบ้านดินตัวอย่างร่วมกับชาวบ้านคนอื่นๆ ที่สนใจ

จะได้เรียนรู้วิธีการสร้างบ้านดินเพื่อนำไปใช้สร้างบ้านของตัวเอง

ตาก็อยากมีบ้านดินกับเค้าสักหลังที่ออกแบบเอง

ตาบอกว่าจะทำบ้านดินแบบที่หลังคาสามารถเปิด-ปิดได้

จะได้เอาไว้ชวนชะเอมกับยายไปนอนดูดาวด้วยกัน..

 

ส่วนพวกผู้หญิง พี่ ป้า น้า อาในหมู่บ้าน ตอนนี้กำลังรวมกลุ่มกันทำผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร

อย่างเช่น สบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน ที่ทำจากพืชสมุนไพรอย่าง มะกรูด ตะไคร้

ว่านหางจระเข้ ขมิ้น หรือมะขามเปียก ไว้ใช้เองที่บ้าน

ของพวกนี้เราทำเองได้ไม่ยาก แถมยังเป็นการลดค่าใช้จ่าย

และเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

ยายก็สนใจไปทำกับเค้าด้วย วันนี้ก็เลยชวนชะเอมมาด้วยกันตั้งแต่เช้า

ชะเอมได้แต่ชะเง้อชะแง้มองดูอยู่ว่าจะได้ลงมือทำเมื่อไหร่ แต่ก็รอไม่ไหว

เลยชวนพี่ข้าวตอกออกไปวิ่งเล่นที่สวนท้ายหมู่บ้าน

เพราะพี่ข้าวตอกนั่นแหละ ที่แอบมากระซิบบอกชะเอมว่า

‘ลุงชนบอกว่าถ้าเดินไปอีกหน่อยก็จะเจออ่างเก็บน้ำของหมู่บ้าน’

ชะเอมอยากเห็นน้ำกว้างๆ มองแล้วชะเอมจะรู้สึกสบายใจที่สุด

นึกถึงตอนอยู่บ้าน เวลาที่ชะเอมรู้สึกไม่สบายใจ ก็แค่วิ่งออกไปมองทะเล..

 

อากาศกำลังดี พระอาทิตย์สาดแสงกำลังสวย แต่อีกไกลไหมเนี่ย

ทำไมเราสองคนเดินจนเหงื่อโชกแล้ว

ยังไม่ถึงสักที แล้วชะเอมก็ได้ยินเสียงพี่ข้าวตอกพูดขึ้นว่า

เดี๋ยวก่อนชะเอม อย่าเพิ่งไป พี่จะขอแวะเก็บมะม่วงหน่อย

มะม่วงเขียวเสวยต้นนี้ลูกโตน่ากินเชียว

จะได้เอาไปกินระหว่างทางที่เราเดินไปไง”

ชะเอมหันไปมองตามที่พี่ข้าวตอกบอก จริงๆ ด้วย ต้องเป็นสวนมะม่วงของลุงชนแน่ๆ เลย

ลุงชนบอกว่าสวนของลุงชนไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและไม่ฉีดยาฆ่าแมลง แต่มีวิธีกำจัดศัตรูพืชและ

ดูแลพืชพันธุ์ด้วยวิธีชีวภาพ แม้ว่าจะให้ผลได้ไม่เร็วนัก แต่ก็เป็นวิธีที่ยั่งยืนและที่สำคัญ

ปลอดภัยกับตัวเราเองและคนอื่นๆ

..งั้นอย่างงี้มะม่วงที่เด็ดมาไม่ต้องล้างก็กินได้เลยทันทีล่ะสิ ..ดีจัง

 

เดี๋ยวตอนพี่ปีน ชะเอมรอรับมะม่วงอยู่ข้างล่างนะ” ข้าวตอกบอกชะเอมแล้วก็วิ่งนำออกไป

ได้เล้ย!” ชะเอมรับปากอย่างแข็งขัน

พี่ข้าวตอกปีนต้นไม้เก่งอย่างกะลิง ยังไม่ทันสิ้นเสียง ก็ปีนขึ้นไปเด็ดมะม่วงอย่างคล่องแคล่ว

ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของชะเอม..