APRIL TRUTH'S DAY ของชาวหน่อไม้ ประจำปีนี้ มาแล้ว!!
posted on 02 Apr 2010 00:09 by timecapsule
สวัสดีครับ!
นี่คือการอัพบลอกครั้งแรกในรอบปีของชาวหน่อไม้
(เพราะที่อัพครั้งสุดท้าย ก็คือ วันที่ 1 เมษายนของปีที่แล้ว)
นานจนต้องกลับไปค้นสมุดจดเก่าๆ เลยทีเดียวว่า password คืออะไร
ที่กลับมาคราวนี้ ไม่ได้เป็นเพราะหัวใจขอมาแต่อย่างใด (แต่นั่นก็อาจมีส่วน)
แต่เป็นเพราะช่วงนี้ กลับมาวนถึงวันที่มีโครงการ April Truth's Day อีกครั้ง
โครงการนี้เป็นของคุณทรงกลด บางยี่ขัน กับสมาชิกชาวทริป 'น้ำต้มผักก็ว่าหวาน'
หากใครสงสัยว่า April Truth's Day คืออะไร ท่านสามารถติดตามได้ที่นี่
http://www.lonelytrees.net/?p=640
โดยปีนี้ เป็นเรื่องของบ้านดิน และอาหาร organics ที่ศูนย์พันพรรณของคุณโจน จันใด
สมาชิกชาวหน่อไม้ ก็มีส่วนร่วมกับเขาเหมือนกัน
คือ..
ครูแอน
บีม
บดินทร์
เม
ขวัญ
เรามาดูกันดีกว่าว่า
..ความจริง ในวันที่โลกต่างพูดโกหกมีอะไรบ้าง...
*****************************************************************
คิดจะปลูกต้นผักสักกอ
‘มือใหม่หัดปลูก’
ย่างเข้าเดือนเมษา ปีนี้ก็เหมือนทุกๆ ปีที่บ้านเราจะต้องหาเรื่องไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ กันสักครั้ง
คนอยู่ไกลทะเล วันหยุดยาวหรือช่วงปิดเทอมก็คงจะพากันไปเที่ยวทะเล
แต่พวกเราเห็นทะเลจนเบื่อ ร้อนนี้เลยหนีร้อนจากทะเลขึ้นเหนือไปพักร้อน
บ้านของยายที่เชียงใหม่จึงเป็นที่หมายของการเดินทางครั้งนี้ของพวกเรา
เชียงใหม่ไม่ได้สวยและน่าอยู่เฉพาะฤดูหนาวหรอกนะ แม้ว่าใครต่อใครจะคิดถึงเชียงใหม่
เวลาที่ลมหนาวมาถึงก็เหอะ ชะเอมคนนึงล่ะที่ไม่ได้อยากมาเชียงใหม่แค่ตอนหน้าหนาว
ถ้าเป็นไปได้อยากมาสัมผัสทุกฤดูของที่นี่ด้วยซ้ำ ไม่ใช่แค่เพราะอากาศ
แต่เป็นเพราะคนด้วยต่างหากที่ชะเอมคิดถึง..
บ้านของพี่ข้าวตอกอยู่ติดกับบ้านของยาย ทุกครั้งที่ชะเอมมาเชียงใหม่
จึงไม่มีครั้งไหนที่เราจะไม่ได้เจอกัน
แม้ว่าตอนนี้พี่ข้าวตอกจะต้องย้ายไปเรียนที่โรงเรียนในจังหวัด
แต่พอช่วงปิดเทอมก็จะกลับมาอยู่ที่บ้าน
เล่นซนมาด้วยกันตั้งแต่เด็กก็จริง แต่พอโตขึ้นก็มีเวลาเจอกันน้อยลง
แต่โชคดีที่ชะเอมมาเชียงใหม่ปีนี้ ..เราว่างตรงกัน..
ตั้งแต่มาถึงเชียงใหม่คนที่ยายห่วงมากว่าจะหนีออกไปวิ่งเล่นซุกซนจนอยู่ไม่ติดบ้าน
ก็น่าจะเป็นชะเอมนั่นแหละ แต่คนที่อยู่ติดบ้านน้อยที่สุด กลับเป็นคุณตา
ตอนนี้สมาชิกในหมู่บ้านมีกิจกรรมหนึ่งที่กำลังเป็นที่สนใจ
ทุกคนอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง และกำลังคิดจะสร้างบ้านของตัวเอง
แล้วมันแปลกตรงไหนเหรอ ใครๆ เค้าก็คิดกันอย่างนี้
ถึงได้ตั้งหน้าตั้งตาหาเงินจนไม่เป็นอันกินอันนอน ไม่มีเวลาพักผ่อน
เพื่อเอาเงินที่ใช้เวลาหามามากกว่าครึ่งชีวิต สร้างบ้านให้ตัวเองและครอบครัวให้ได้สักหลัง
แต่อามนัสไม่คิดแบบนั้น อามนัสบอกว่าเราสร้างบ้านของเราเองได้
โดยไม่ต้องใช้เงินมากมายขนาดนั้น สร้างบนที่ดินของเรา สร้างมาจากผืนดินของเรา
และจากหยาดเหงื่อแรงงานของเราเอง
อามนัสเบื่อชีวิตในเมืองกรุง ชีวิตที่ต้องคิดถึงแต่เรื่องงานและเงิน
จนลืมความหมายและความสุขในชีวิต เวลาป่วย ทำไมต้องลาป่วย
ทำไมคนเราถึงทำให้ชีวิตมันยาก ทำไมไม่ทำให้มันง่าย
ในที่สุดอามนัสก็ตัดสินใจกลับมาอยู่ที่บ้าน มาใช้ชีวิตอย่างที่มนุษย์ควรจะเป็น
อามนัสบอกทุกคนไว้อย่างนั้น ไม่ใช่แค่พูดเท่านั้นแต่ยังทำให้พวกเราเห็นด้วย
ตอนนี้ บ้านดิน ของอามนัสจึงเป็นต้นแบบให้กับคนในชุมชนที่กำลังเริ่มหันมาให้ความสนใจ
รวมทั้งวิธีคิดและการใช้ชีวิตของอามนัสด้วย
อามนัสเลยคิดจะทำบ้านดินตัวอย่างร่วมกับชาวบ้านคนอื่นๆ ที่สนใจ
จะได้เรียนรู้วิธีการสร้างบ้านดินเพื่อนำไปใช้สร้างบ้านของตัวเอง
ตาก็อยากมีบ้านดินกับเค้าสักหลังที่ออกแบบเอง
ตาบอกว่าจะทำบ้านดินแบบที่หลังคาสามารถเปิด-ปิดได้
จะได้เอาไว้ชวนชะเอมกับยายไปนอนดูดาวด้วยกัน..
ส่วนพวกผู้หญิง พี่ ป้า น้า อาในหมู่บ้าน ตอนนี้กำลังรวมกลุ่มกันทำผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร
อย่างเช่น สบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน ที่ทำจากพืชสมุนไพรอย่าง มะกรูด ตะไคร้
ว่านหางจระเข้ ขมิ้น หรือมะขามเปียก ไว้ใช้เองที่บ้าน
ของพวกนี้เราทำเองได้ไม่ยาก แถมยังเป็นการลดค่าใช้จ่าย
และเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ยายก็สนใจไปทำกับเค้าด้วย วันนี้ก็เลยชวนชะเอมมาด้วยกันตั้งแต่เช้า
ชะเอมได้แต่ชะเง้อชะแง้มองดูอยู่ว่าจะได้ลงมือทำเมื่อไหร่ แต่ก็รอไม่ไหว
เลยชวนพี่ข้าวตอกออกไปวิ่งเล่นที่สวนท้ายหมู่บ้าน
เพราะพี่ข้าวตอกนั่นแหละ ที่แอบมากระซิบบอกชะเอมว่า
‘ลุงชนบอกว่าถ้าเดินไปอีกหน่อยก็จะเจออ่างเก็บน้ำของหมู่บ้าน’
ชะเอมอยากเห็นน้ำกว้างๆ มองแล้วชะเอมจะรู้สึกสบายใจที่สุด
นึกถึงตอนอยู่บ้าน เวลาที่ชะเอมรู้สึกไม่สบายใจ ก็แค่วิ่งออกไปมองทะเล..
อากาศกำลังดี พระอาทิตย์สาดแสงกำลังสวย แต่อีกไกลไหมเนี่ย
ทำไมเราสองคนเดินจนเหงื่อโชกแล้ว
ยังไม่ถึงสักที แล้วชะเอมก็ได้ยินเสียงพี่ข้าวตอกพูดขึ้นว่า
“เดี๋ยวก่อนชะเอม อย่าเพิ่งไป พี่จะขอแวะเก็บมะม่วงหน่อย
มะม่วงเขียวเสวยต้นนี้ลูกโตน่ากินเชียว
จะได้เอาไปกินระหว่างทางที่เราเดินไปไง”
ชะเอมหันไปมองตามที่พี่ข้าวตอกบอก จริงๆ ด้วย ต้องเป็นสวนมะม่วงของลุงชนแน่ๆ เลย
ลุงชนบอกว่าสวนของลุงชนไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและไม่ฉีดยาฆ่าแมลง แต่มีวิธีกำจัดศัตรูพืชและ
ดูแลพืชพันธุ์ด้วยวิธีชีวภาพ แม้ว่าจะให้ผลได้ไม่เร็วนัก แต่ก็เป็นวิธีที่ยั่งยืนและที่สำคัญ
ปลอดภัยกับตัวเราเองและคนอื่นๆ
..งั้นอย่างงี้มะม่วงที่เด็ดมาไม่ต้องล้างก็กินได้เลยทันทีล่ะสิ ..ดีจัง
“เดี๋ยวตอนพี่ปีน ชะเอมรอรับมะม่วงอยู่ข้างล่างนะ” ข้าวตอกบอกชะเอมแล้วก็วิ่งนำออกไป
“ได้เล้ย!” ชะเอมรับปากอย่างแข็งขัน
พี่ข้าวตอกปีนต้นไม้เก่งอย่างกะลิง ยังไม่ทันสิ้นเสียง ก็ปีนขึ้นไปเด็ดมะม่วงอย่างคล่องแคล่ว
ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของชะเอม..
“ชะเอมอยากฝึกปีนต้นไม้บ้างได้ไหมจ๊ะ” ชะเอมพูดขึ้นมาโดยที่ไม่รอฟังคำตอบ
“เดี๋ยวชะเอม รอพี่ก่อน” ข้าวตอกรีบเก็บมะม่วงลูกสุดท้าย ก่อนที่จะรีบปีนลงมา
แต่ไม่ทันแล้วล่ะ ชะเอมวิ่งไปแล้ว
ชะเอมเหลียวซ้ายแลขวา เห็นต้นไม้ต้นหนึ่งไม่ค่อยสูงเท่าไหร่ น่าจะปีนง่าย เอาต้นนี้ละกัน ชะเอมคิดในใจ
หลังจากพยายามปีนท่าทางยักแย่ยักยันอยู่ได้สักพัก
ปีนต้นไม้นี่ยากเหมือนกันแหะ ทำไมเวลาเห็นพี่ข้าวตอกปีนถึงดูง่ายชะมัด
“พี่ข้าวตอกรู้ไหมจ๊ะ ว่าต้นไม้ที่ชะเอมกำลังปีนคือต้นอะไร”
จู่ๆ ชะเอมเกิดอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา
ข้าวตอกวิ่งมาถึงได้ทันเวลาพอดีที่จะได้ทำหน้าที่ไขข้อสงสัยให้ชะเอม
“น่าจะเป็นต้นชะเอมมั้ง แม่พี่เคยชี้ให้ดู แม่บอกว่าป่าแถวบ้านเรามีต้นชะเอม
ขึ้นอยู่เองตามธรรมชาติ
พวกที่หาสมุนไพรชอบมาลักลอบตัดหรือขุดต้นเอาไปขาย
พี่เคยเห็นตอนลุงผู้ใหญ่จับพวกนี้ได้
ต้นชะเอมบางต้นโตมาก ถูกตัดมาเป็นท่อนๆ เห็นแล้วน่าเสียดาย”
ข้าวตอกหาที่นั่งพักใต้ต้นไม้ใกล้ๆ แล้วหยิบมะม่วงเขียวเสวยลูกโตๆ
ขึ้นมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย
คงเป็นเพราะเพิ่งเก็บมาจากต้น รสชาติจึงทั้งหวานทั้งมัน
ส่วนมะม่วงลูกโตที่สุดจะเก็บไว้ให้ชะเอม
ขณะที่นั่งมองชะเอมปีนต้นไม้อยู่นั้น ข้าวตอกก็มองขึ้นไปเห็นอะไรบางอย่าง จึงถามออกไปว่า
“เอ๊ะ ตรงปลายกิ่งนั่นอะไรน่ะ”
“ตรงไหนเหรอ” ชะเอมถามกลับทันที พลางเงยหน้าขึ้นไปมอง ต้องเป็นผลของต้นชะเอมแน่ๆ
(ชะเอมรู้ได้ไง?..) ว่าแล้วชะเอมก็รีบไต่ขึ้นไปอย่างไม่ลังเล อีกนิดเดียวก็จะเอื้อมถึงแล้ว
ปั๊ดโธ่! ทำไมแขนเรามันสั้นจังนะ อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวเท่านั้น ฮึด.. ฮึดดด..
ทันใดนั้น “..ว้ายยยยยย!”
ชะเอมคว้ากิ่งของต้นชะเอมมาได้แล้วก็จริง แต่ไม่ได้อยู่บนต้น
ทั้งชะเอมและกิ่งชะเอมตกลงมานอนกองรวมกันอยู่ที่พื้น
เสียงชะเอมเงียบไป และชะเอมก็ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัว มีเพียงเลือดที่ค่อยๆ ซึมออกมาจากแผล
ไหลอาบอยู่ที่หน้า ข้าวตอกเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งกลับไปที่บ้าน
“แย่แล้ว! แย่แล้วครับคุณยาย” เสียงข้าวตอกตะโกนโวกเวกมาแต่ไกล
“เกิดอะไรขึ้น ข้าวตอก”
“ชะเอม.. ชะเอมตกต้นชะเอมครับ”
ยายรีบวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุ ชะเอมนอนหมดสติอยู่ที่พื้น พอยายมาเห็นก็รู้ได้เลยโดยไม่ต้องเดา
ว่าก่อนหน้านี้ชะเอมเล่นซุกซนอะไรมาจึงได้พลาดท่ามานอนล้มอยู่ที่พื้น
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยายยังไม่หายข้องใจ จึงถามข้าวตอกออกไป
“เนี่ยเหรอต้นชะเอมที่ข้าวตอกว่า” ข้าวตอกพยักหน้ารับ
“ใครบอกว่าต้นชะเอมล่ะ นี่มันต้น กระถิน ต่างหาก”
แหมยายนี่เก่งจริงๆ เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแท้ๆ
ยังมีกะจิตกะใจสังเกตสังกาต้นไม้ แล้วก็รู้เสียด้วยว่าต้นอะไร สุดยอด..
ยายเข้าไปเรียกชะเอม ที่ยังนอนนิ่ง ในมือของชะเอมยังกำฝักชะเอม
เอ้ย! ไม่ใช่.. ฝักกระถินไว้แน่น ทันใดนั้นยายก็ดึงฝักกระถินออกมา
แล้วขยี้แรงๆ จากนั้นก็เอามาแปะลงบนแผล
“นั่นยายทำอะไรน่ะ เดี๋ยวชะเอมก็เจ็บแย่สิครับ”
ข้าวตอกโพล่งออกมาด้วยความตกใจปนสงสัย
“ฝักของกระถินขยี้หรือนำมาโขลกแล้วเอามาแปะที่แผล ช่วยห้ามเลือด
และยังช่วยใ้ห้แผลตกสะเก็ดเร็วขึ้น สมุนไพรช่วยได้นะ และไม่เป็นบาดทะยักอีกด้วย”
“ข้าวตอก! รีบวิ่งไปบอกคุณตาด่วน ให้เตรียมรถพาชะเอมไปโรงพยาบาล” ยายสั่ง
แล้วก็รีบอุ้มชะเอมมุ่งหน้าไปที่บ้าน
บรรยากาศในโรงพยาบาล ก็ยังเป็นเหมือนเดิม
คนไกลหมออย่างฉัน นานๆ มาโรงพยาบาลที แต่มาทีไรก็ให้ความรู้สึกเหมือนเดิม
เคยคิดเล่นๆ ว่าถ้าต้องกลายสภาพเป็นคนป่วย ใส่ชุดคนไข้
แล้วต้องนอนโรงพยาบาลจะรู้สึกอย่างไร
เตียงที่โรงพยาบาลมันจะเป็นยังไงนะ แล้วถ้าต้องนั่งรถเข็น ใครจะเป็นคนเข็นรถให้เรา
ใครจะป้อนข้าวเรา ใครจะอยู่เป็นเพื่อนเราเวลาที่พยาบาลมาฉีดยาและเปลี่ยนเข็มน้ำเกลือ
ยึ๋ยยย.. แค่คิดก็หวาดเสียวแล้ว
แต่คงไม่หรอก ฉันอึดขนาดนี้ อยู่ดีๆ คงไม่มีทางเป็นอะไรง่ายๆ หรอก
นอกจากตากับยาย และบรรดาลุง ป้า น้า อาที่พลัดกันมาเยี่ยมและดูแลชะเอมแล้ว
เพื่อนๆ ที่โรงเรียนพอรู้ข่าวจากคุณครู ก็โทรศัพท์มาถามข่าวคราว
บ้างก็ทำการ์ดพร้อมเขียนคำอวยพรส่งมาให้กำลังใจชะเอมให้หายป่วยไวๆ
พี่ข้าวตอกก็แวะมาเยี่ยมและอยู่เป็นเพื่อนชะเอมเกือบทุกวันหลังเลิกเรียน
มีคนรักและเป็นห่วงชะเอมมากมายขนาดนี้ ชะเอมกำลังใจดี อาการถึงได้หายเร็วดีวันดีคืน..
ฉันซาบซึ้งใจและอยากขอบคุณทุกคนแทนชะเอมจริงๆ
หมออนุญาตให้ชะเอมกลับบ้านได้แล้ว ชะเอมดีใจรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวจะกลับบ้าน
ยายเตรียมหวีและกระจกมาเพื่อจะหวีและมัดผมให้ชะเอมด้วย
“ชะเอมถือกระจกให้ยายหน่อยสิจ๊ะ” ยายบอก แล้วชะเอมก็รับกระจกไปส่อง
หมอแกะผ้าปิดแผลที่หน้าชะเอมมาได้หลายวันแล้ว
แต่ชะเอมยังไม่รู้หรอกว่าแผลที่ว่านั้นเป็นอย่างไร
หลังจากที่เห็นเงาของตัวเองในกระจก
ชะเอมก็ทำหน้าอมยิ้มขำๆ แล้วก็หันมาบอกกับยายว่า
“ดูสิจ๊ะ มีต้นไม้ขึ้นบนหน้าตั้งสองต้นแน่ะ”
ความเจ็บป่วยก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยมันก็ทำให้เราใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น
หลังออกจากโรงพยาบาล ยายพิถีพิถันเรื่องการกินการอยู่ของพวกเราเป็นพิเศษ
ยายคิดว่าหากเราต้องมาเจ็บป่วยเพราะการกินอยู่ของเราเอง เราคงโทษใครไม่ได้
เพราะเราเลือกกินอย่างไร เราก็จะเป็นอย่างนั้น
ยายบอกว่า พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา
ดังนั้นเราจึงควรหยิบใช้สิ่งใกล้ตัวเราอย่างเช่น ผักและสมุนไพรพื้นบ้านมาใช้ให้เกิดประโยชน์
นอกจากไม่ต้องซื้อหามาแล้วเพราะปลูกได้ในบ้านเรา
ยังเหมาะกับธรรมชาติและดีต่อสุขภาพของเราเองอีกด้วย
เช้านี้ชะเอมตื่นขึ้นมาเห็นตาเตรียมข้าวของเหมือนกำลังจะออกไปไหนแต่เช้า
“วันนี้เป็นวันอะไรจ๊ะตา แล้วนี่ตาเตรียมตัวจะออกจากบ้านไปไหนกัน” ยายถาม
“วันนี้เป็นวันอาทิตย์ไงยาย ถามได้ มนัสก็เลยนัดชาวบ้าน
ให้มาช่วยกันสร้างบ้านดินตัวอย่างให้เสร็จ
ก็บอกยายไปแล้วนี่หน่า”
“ไม่ใช่” ยายรีบตอบสวนไป
“อ่อ รู้แล้วๆ วันนี้เป็นวันตรุษจีน ครอบครัวคนจีนเค้าจึงต้องอยู่พร้อมหน้ากันในวันนี้
แต่เราไม่ได้มีเชื้อสายจีนนี่หน่า เอ๊ะ! นี่ยายจะถามทำไม” ตาเดาใจยายไม่ถูก
ชะเอมชักกลัวว่าบรรยากาศจะเสียแต่เช้าเลยรีบคิดหาคำตอบที่น่าจะทำให้บรรยากาศดีขึ้น
“อ๋อ ชะเอมรู้ค่ะ วันนี้เป็นวันแห่งความรัก ใช่ไหมจ๊ะยาย” ว่าแล้วก็ส่งยิ้มหวานๆ ทำตาปริบๆ
ไปให้ยายเผื่อว่ายายจะอารมณ์ดีขึ้น
สองวันนี้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษด้วยเหรอ ทุกปีไม่เห็นยายจะถามถึงเลย ชะเอมชักสงสัย
“ใครบอกล่ะ วันนี้เป็นวันเกิดของยายต่างหาก ไม่มีใครจำได้จริงๆ เหรอเนี่ย” ยายค้อน
“เอาเหอะๆ ตาจะไปก็ไป ก็แค่อดกิน ว่าจะแสดงฝีมือทำอาหารฝรั่งให้กินสักหน่อย
“นี่ยายทำอาหารฝรั่งเป็นด้วยเหรอ” ไม่รู้ว่าตาแปลกใจจริงๆ หรือแกล้งถามกันแน่
“เป็นสิ รับรองว่าอร่อยแน่นอน” ยายตอบอย่างมั่นใจ
“เย่ๆ วันนี้ชะเอมจะกินให้พุงกางไปเลย ตาไปเถอะจ้ะ ชะเอมจะกินเผื่อตาด้วยนะจ๊ะ อิอิ..”
สองสามวันก่อนชะเอมเห็นยายเตรียมทำน้ำสลัดที่ปรุงมาจากโยเกิร์ตทำเอง
ส่วนชะเอมยายบอกว่าให้ชะเอมเตรียมทำเมล็ดกระถินงอก เพราะทำได้ง่ายๆ เด็กก็ทำได้
เมล็ดกระถินงอก ทำได้โดยการนำเมล็ดกระถินแก่มาแช่น้ำไว้ 1 คืน เกลี่ยบางบนถาด
แล้วใส่ปุ๋ยหมักกลบลงไป พรมน้ำจนเปียก หาฝามาปิดไว้ เก็บไว้ในที่ร่ม ประมาณ 4 วัน
ต้นอ่อนก็จะงอกให้เห็นใบเลี้ยงสีเหลือง ตากแดดทิ้งไว้ 1-2 วัน ก็จะกลายเป็นต้นสีเขียว
ที่กินแล้วจะได้คุณค่าทางอาหารมากกว่า
กระถิน มีคุณค่าทางโภชนาการอยู่มาก ทั้งให้พลังงาน เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส
เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซีน และวิตามินซี
นอกจากกระถินงอกที่เตรียมไว้แล้ว ยังมีผักสดอื่นๆ อีกหลายชนิด
ที่ยายเก็บมาจากแปลงผักที่ยายปลูกเอง
ยายบอกว่าผักของยายเป็นผักอินทรีย์ ขั้นตอนการปลูกไม่มีการใช้ปุ๋ยหรือสารสังเคราะห์
และที่สำคัญไม่ได้ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการตัดต่อทางพันธุกรรม ฉายรังสี หรือถูกดัดแปลง
รับรองได้ว่าสลัดจานนี้ของยายจะเป็นสลัดจานที่ปลอดภัยและอร่อย
เพราะได้รสชาติผักที่แท้จริง
ตบท้ายด้วยอาหารหวานที่เตรียมด้วยการใช้กลีบดอกแก่ของ กระเจี๊ยบ
นำไปต้มทำน้ำกระเจี๊ยบ และยังเอามากวนทำแยม ทาขนมปังแล้วมีสีสันน่ากินเป็นที่สุด
เมนูอาหารเย็นวันนี้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนที่เราจะลงมือทำ
ยายเห็นว่าต้องออกแรงกันสักหน่อย เรียกน้ำย่อยอาหารมื้อเย็นวันนี้จะได้อร่อยเป็นพิเศษ
ว่าแล้วจึงชวนกันมาปลูกผัก ชะเอมได้เมล็ดคะน้า ที่ยายเก็บมาจากแปลงรุ่นก่อนของที่บ้าน
เพราะเป็น เมล็ดพันธุ์แท้ จึงสามารถเอามาเพาะให้รุ่นต่อไปได้อีก
แล้วเราก็จะเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากรุ่นนี้ ไว้เพาะในครั้งต่อไป
แล้วนั่นยายกำลังปลูกผักอะไรอยู่ ชะเอมแอบเห็นยายปลูกไปยิ้มไป
ด้วยความอยากรู้จึงถามออกไป
“ยายปลูกผักอะไรจ๊ะ” ชะเอมถามพลางยื่นหน้าไปดูเมล็ดผักที่อยู่ในมือของยาย
โห! เมล็ดผักของยายเป็นรูปหัวใจ เมล็ดของต้นอะไรกันนะ?
ยายตอบชะเอมไปสั้นๆ ว่า “ไก่ฟ้า” ชะเอมทำหน้าสงสัย
“ผักอะไรจ๊ะยาย ชะเอมไม่เคยได้ยินเลย”
“ไก่ฟ้าไม่ใช่ผักหรอกจ้ะ กินไม่ได้ แต่ที่ยายปลูกเพราะอยากให้ได้เห็นความน่ารัก
ของต้นไม้ต้นนี้ต่างหาก”
“แล้วมันน่ารักยังไงจ๊ะ” ชะเอมชักอยากรู้
ยายจึงอธิบายต่อว่า “ปลูกต้นไม้ แต่เหมือนได้ไก่มาหลายตัวเลยล่ะ เพราะดอกของต้นไม้ต้นนี้
มันมีรูปร่างเหมือนไก่ตัวเล็กๆ น่ารัก ไม่เชื่อชะเอมก็รอดูนะจ๊ะ
แล้วช่วยยายนับที ว่าปลูกเจ้าต้นนี้เราได้ไก่กี่ตัว” ยายพูดจบแล้วยิ้ม
“ชะเอมก็นึกว่ายายจะเลี้ยงไก่แบบที่บ้านอามนัสเลี้ยงเสียอีก”
“แล้วไก่ที่อามนัสเลี้ยงเป็นยังไงจ๊ะ ไหนเล่าให้ยายฟังหน่อยสิ” ยายถามชะเอมบ้าง
“ก็เลี้ยงไก่ โดยปล่อยให้มันมีอิสระ ไม่ใช่ถูกขังอยู่ในคอนโดไก่
ที่มีหน้าที่เพียงออกไข่และรอวันตาย”
ว่าแล้วยายกับหลานก็หัวเราะไปพร้อมๆ กัน..
ใกล้เวลาพระอาทิตย์ตกดิน ลมพัดมาเย็นๆ แดดเริ่มอ่อนแสงลง
ชะเอมปลูกผักเกือบจะเสร็จแล้ว
เสียงเพลงที่คุณยายชอบฟังเป็นประจำแว่วดังมาจากข้างในบ้าน คุณตาคงเปิดเอาใจคุณยาย
เพื่อเป็นการไถ่โทษที่วันนี้ไม่ได้อยู่กินข้าวกับพวกเรา
แล้วชะเอมก็ฮัมเพลงตามเสียงเพลงที่ลอยออกมาเบาๆ ...
คิ ด . . จ ะ ป ลู ก ต้ น ผั ก สั ก ก อ
'
'
หากใครอยากรู้จักชะเอมมากขึ้น ลองตามไปอ่านที่
http://timecapsule.exteen.com/20090402/april-truth-s-day-4-1
โครงการ April Truth’s Day กับ 4+1 บทความของชาวหน่อไม้ (ปี 2552)
เรื่อง เด็กหญิงชะเอม ฟ้าคราม
ชะเอมฝากมาบอกด้วยว่า ‘ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ’.. ^^
------------------------------------------------
ชื่อไทย กระถินไทย
ชื่อวิทยาศาสตร์ Leucaena leucocephala (Lamk.) de Wit
วงศ์ LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE
ชื่ออื่น กระถินบ้าน (ภาคกลาง),สะตอเทศ (ภาคใต้), ผักก้านถิน (เชียงใหม่)
ชื่อสามัญ White Popinac, Lead Tree, Wild Tamarind
ไม้พุ่มถึงไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 10 ม. ลำต้นไม่ใหญ่นัก
ลำต้นนำมาเผาถ่านเป็นฟืนได้อย่างดี และสามารถทำให้ต้นเตี้ย
ใช้เป็นรั้วบ้านได้ด้วย
ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับกัน
ใบย่อย 5-20 คู่ เรียงตรงข้าม รูปแถบหรือรูปขอบขนาน
ปลายใบแหลม โคนใบเบี้ยว ขอบใบมีขน ท้องใบมีนวล
ดอก ออกเป็นช่อ แบบช่อกระจุกแน่น ออกตามง่ามใบ 1-3 ช่อ
กลับเลี้ยง 5 กลีบ ยาวประมาณ 3 มม. โคนติดกันเป็นรูประฆัง
ปลายแยกเป้ฯรูปสามเหลี่ยมเล็กๆ มีขน
กลับดอก 5 กลีบ สีขาว รูปช้อน ยาวประมาณ 5 มม. และมีขน
เกสรเพศผู้ 10 อัน รังไข่ด้านบนมีขน
ฝัก รูปร่างแบน ก้าง 1.5-2 มม. ยาวได้ถึง 20 ซม. ปลายแหลม โคนสอบ
ผักแก่แตกตามยาวมีเมล็ด 15-30 เมล็ด
ประโยชน์ด้านอาหาร ยอด ใบอ่อน และฝักอ่อนใช้กินเป็นผักได้ เมล็ดของกระถินไทย โดยเฉพาะเมล็ดจากฝักที่กำลังแก่จนเกือบแห้ง สามารถใช้รับประทานสดๆ คล้ายกับการรับประทานสะตอ กินกับน้ำพริก และเมล็ดอ่อน ชาวใต้ใช้เป็นเครื่องเคียง กินกับแกงที่รสจัด
สรรพคุณด้านสมุนไพร ส่วนของดอก ใช้บำรุงตับ ฝักและเปลือกเป็นยาฝาดสมาน เมล็ดเป็นยาถ่ายพยาธิได้ รากใช้ปรุงเป็นยาอายุวัฒนะ ขับลม และขับระดูขาว
'
'
ไก่ฟ้า (Aristolochia ringens Vahl)
ใครสนใจอยากได้เมล็ดรูปหัวใจของ ต้นไก่ฟ้า ไปปลูก ก็ติดต่อมาได้นะคะ..
bio_classic@hotmail.com เรายินดีส่งไปให้ค่ะ
นอกจากต้นไก่ฟ้าจะมีเมล็ดเป็นรูปหัวใจแล้ว ถ้าปลูกด้วยหัวใจ
อาจได้เห็นใบรูปหัวใจของต้นไก่ฟ้าด้วยนะคะ
ที่นี้ล่ะ...เราจะมีเมล็ดรูปหัวใจเอาไปแจกจ่ายให้ใครต่อใครอีกเยอะแยะมากมายเลยล่ะ
นอกจากนี้ยังมีเมล็ดพันธุ์สมุนไพรต่างๆ เช่น เมล็ดกระถิน ฟ้าทะลายโจร กระเจี๊ยบ
ชุมเห็ดเทศ กะเพรา ยี่หร่า
ไม้ใหญ่ที่มีดอกสวยก็มี อย่างเช่น พะยอม จำปา ปีบทอง และราชพฤกษ์
หรือถ้าใครสนใจอยากได้เมล็ดพันธุ์อะไรก็ลองถามมาได้นะคะ ถ้ามีก็ยินดีแบ่งให้ค่ะ^^
**************************************
โดย ' เม '
ชีวิตความเรียบง่าย ที่สบายทางใจและไม่ทำลายคน
นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามผลงานของชาวหน่อไม้คนอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการนี้ได้ที่
บันทึกการเดินทางที่ชื่อ “น้ำต้มผักก็ว่าหวาน” – สร้างบ้านดินและปลูกผักที่บ้านโจน จันใดร่วมกับทรงกลด บางยี่ขันและชาวคณะ : ของบดินทร์
ติดตามได้ที่ birdwithnolegs.bloggang.com
"เกาเหลาชามใหญ่" :ของบีม
ติดตามได้ที่ beambongga.wordpress.com/2010/04/01/
"ความจริงจากใจจริง" :ของครูแอน
ติดตามได้ที่ www.facebook.com/ann.panida?v=app_2347471856&ref=profile
'
'
. . ขอให้โลกคุ้มครองครับ :)

