+-+-+-+ทริปเวียดนาม+-+-+-+

posted on 13 Aug 2008 05:08 by timecapsule

 

ทริปเวียดนามจะมีวันที่ 22-26 ตค. 2551 นี้นะครับ

สำหรับกำหนดการ ผมจะมาโพสต์ที่บลอกนี้ในอีกวันสองวันนี้ครับ

ระหว่างรอ ขออนุญาตโพสต์บทความเกี่ยวกับ การเดินทางไปเวียดนาม ครั้งก่อนของผมบางส่วนมาให้อ่านเล่นๆ

เผื่อจะช่วยเพิ่มเรตติ้งของทริปนี้ขึ้นบ้าง (แต่ดูจากบทความแล้ว สงสัยเรตติ้งจะตกยิ่งกว่าเดิม 555)

เจอกันเมื่อเจอกัน

นกไร้ขา

 ****************************************************************

 

 

คุณผู้อ่านเคยมีอาการหงุดหงิด งุ่นง่าน ปานจะขาดใจ แต่ไม่รู้จะด่าใครดีไหมครับ
สำหรับผม เหตุการณ์เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เมื่อตอนปีใหม่นี่เองครับ
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ผมกับเพื่อนๆ จัดทริปไปเที่ยวเมืองเว้-ดานัง-ฮอยอันที่เวียดนามมาครับ
แต่อยู่ดีไม่ว่าดี แทนที่จะไปเครื่องบิน หรือซื้อทัวร์ไปสบายๆ ตามที่คนอื่นแนะนำมา บังเอิญตอนนั้นอารมณ์นักเดินทางเกิดพุ่งพล่าน ฉันจะแบ็กแพ็กไป ใครจะว่าอย่างไรไม่สน

แถมก่อนไปเที่ยว ก็แทบไม่ได้หาข้อมูลเอาไว้เลยเพราะกลัวไม่ตื่นเต้น (ไม่ว่าเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือผู้ใหญ่ก็ไม่ควรทำตามนะครับ แบบนี้)
ดูจากแผนที่แล้ว อือ ไม่น่ายาก ถึงมุกดาหารแล้วข้ามสะพานมิตรภาพไปแป๊บเดียวก็ถึงเมืองสะหวันนะเขตของลาว นั่งรถไปอีก 250 กม.ถึงด่านลาวบาวซึ่งเป็น ชายแดนไทย-เวียดนาม จากนั้นก็นั่งรถต่อไปอีก 160 กม. ก็ถึงเว้ โอ้! ใกล้สุดๆ ถนนหนทางเขาก็บอกว่าดีมาก ลาดยางเรียบกริ๊บ ไม่มีเนินเขาสักลูก

โอ้ว! ทำไมชีวิตมันง่ายสะดวกสบายอย่างนี้ล่ะจอร์จ
แต่อย่าเพิ่งคิดว่าชีวิตจริงจะง่ายดายขนาดนั้น การเที่ยวบนหน้ากระดาษย่อมต่างจากการไปเที่ยวจริงๆ อยู่แล้ว

พอไปถึงท่ารถ ก็เดินไปถามเขาว่ารถจากสะหวันนะเขตไปเว้ออกกี่ทุ่ม เขาบอก 4 ทุ่ม ถ้านั่งคันนี้ไปจะสะดวกมาก เป็นรถสายตรงถึงเว้เลย

น่าสนใจแต่ติดที่พวกเราดันไปถึงบขส.ตอน 11 โมงนี่สิ
เฮ้อ รอรอบหนังแค่ชม.สองชม.ก็หงุดหงิดแล้ว ถ้าขืนรอรถบัส 11 ชม.นี่ โดยไม่มีอะไรให้ทำนี่ ให้ตูปั่นจักรยานไปรอที่ด่านเวียดนามเลยยังจะดีซะกว่า

เลยตัดสินใจใช้วิธีอื่น หารถนั่งไปลงชายแดนลาว-เวียดนามแล้วไปหารถต่อเอาดาบหน้าดีกว่า

หามาหาไป สุดท้ายก็เจอรถบัสเก่าๆ คันหนึ่ง เวลาออกรถเที่ยงเป๊ะ ถามแล้วเขาบอกว่าแค่ 4 ชม.ก็ถึงชายแดนแล้ว
โอ้ นั่งไปแค่ 4 ชม. เอ้าต่อให้เลตสุดเลย 5 ชม. ไปถึงก็แค่บ่ายแก่ๆ กว่าด่านจะปิดอีกตั้งนาน ติดต่อเอกสาร ติดต่อรถ แป๊บเดียวก็เสร็จ

เห็นทีจะได้เดินเที่ยวเมืองเว้ตั้งแต่หัววันซะแล้ว มีเวลาจิบเบียรฺ์แกล้มแหนมเนืองยามเย็น โอ้ว สุนทรียภาพแห่งชีวิตจริงๆ


แต่ตามที่สุภาษิตฝรั่งบอกเอาไว้ อะไรที่มันสวยงามเกินจริง มันจะต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ
พอขึ้นรถแล้ว ผิดจากที่คิดเยอะ ทั้งสภาพรถที่ไม่ดี คนขับก็ขับช้า แถมมีของพวกข้าวสาร ไก่ตัวเป็นๆ วางเต็มรถ

แถมพวกพี่จอดกันแบบไร้เหตุผลมาก นึกจะจอดก็จอด เช่นจอดให้คนในรถลงไปเยี่ยมญาติระหว่างทาง จอดให้แม่ค้าไก่ปิ้งหนูปิ้ง (อันหลังนี่เขียนไม่ผิดนะครับ) ขึ้นมาวนขายแล้วขายอีกสิบกว่ารอบ จอดลงไปซื้อกระทิงแดงผสมเหล้าขาวกิน ที่เยอะที่สุดคือ จอดเพื่อส่งของพวกอาหาร มาม่าผ้าห่มตามหมู่บ้าน (เหมือนเฟดเอกซ์ฉบับโลคัลเมด) กว่าจะขนของลง กว่าจะตกลงราคาค่าส่งเสร็จ กว่าจะทักทายฮาเฮ บางที่มีทะเลาะกันเรื่องค่าส่ง กว่าจะตกลงกันได้ต้องทนฟังคนเถียงกันเกือบครึ่งชั่วโมง


พอเอาเข้าจริงๆ สุดท้ายก็ใช้เวลาเดินทางปาไปเกือบ 7 ชั่วโมง
ทั้งความที่กลัวด่านปิด เพราะมันจะทำให้พวกเราต้องนอนค้างที่ด่าน เสียเวลาเที่ยวที่มีอยู่น้อยนิดไปฟรีๆ ทั้งความหงุดหงิดที่เห็นชาวบ้านเรียกจอดบ่อยและยังคุยโขมงโฉงเฉงกันทั้งรถ ทั้งความหงุดหงิดที่คนขับรถไม่คิดแม้แต่ว่าจะเร่งความเร็วเพิ่มอีกหน่อยทั้งๆ ที่เสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระมามากแล้ว
ทำให้อยากตะโกนดังๆเป็นเสียงอาฉีว่า บัสซบจริงๆ เลย


ในสภาวะที่ไม่มีหนังให้ดู เพลงให้ฟัง หนังสือให้อ่าน โน้ตบุคให้เล่น การนั่งเฉยๆ บนรถนานๆ ช่างเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกทรมานสิ้นดี
ในเมื่อไม่มีอะไรจะทำ สิ่งที่ดีที่สุดที่พอให้ทำได้ระหว่างรอเวลาก็คงหนีไม่พ้น นั่งทบทวนชีวิตตัวเอง

ใครหนอที่ช่างเปรียบเปรยว่า ชีวิตคือการเดินทาง
หากชีวิตเป็นดั่งถนน หน้าที่ของคนใช้กรรมอย่างพวกเราก็คือ ต้องเดินทางต่อไปเรื่อยๆ
บางคนขับรถสปอร์ตไป บางคนขี่ม้า บางคนวิ่ง บางคนคลาน บางคนก็เดินๆ หยุดๆ
โดยที่แต่ละคนต่างก็เลือกเส้นทางที่ไม่ซ้ำกัน
ถนนของบางคนเป็นหลุม เป็นบ่อ วกวน บางคนเลือกเส้นลาดยางสี่เลน บางคนเลือกทางหลวงหมายเลขหนึ่ง บางคนเลือกไปทางหลวงชนบทที่คนอื่นเขาไม่ไปกัน ขณะที่บางคนถึงกับใช้มีดพร้าถางหญ้าเพื่อบุกฝ่าหาเส้นทางใหม่ด้วยตัวเอง
หวนกลับมาดูเส้นทางของตัวเองแล้ว ถ้าจะให้นึกภาพก็คงเป็นเส้นทางคดเคี้ยววนไปวนมาหาจุดหมายไม่ได้ ซ้ำยังมีหลุมมีบ่อเต็มไปหมด กว่าจะถึงจุดหมายก็คงนั่งจนเก้าอี้กระแทกตูดระบม
แต่ในความคิดของผมแล้ว ผมว่า การไปถึงจุดหมายจะช้าหรือจะเร็วไม่สำคัญ
บางคนขับรถไปเร็วก็จริงแต่ถ้าปลายทางของเขาเป็นขอบเหวล่ะ
บางคนเลือกที่ไปอย่างช้าๆ แต่ปลายทางข้างหน้าอาจจะเป็นทุ่งดอกไม้อันแสนกว้างใหญ่ก็ได้
แถมไปช้ายังดีกว่า ตรงที่ถ้าเรามาผิดทาง อย่างน้อยก็ยังหันหลังกลับได้ง่ายกว่า


สุดท้ายพวกเราก็มาทันเฉียดฉิวด่านปิดพอดี ผมเริ่มคิดในมุมใหม่ว่า บางทีเมื่อกี้มันอาจจะเป็นมุมน่ารักของเขาก็ได้ การที่สังคมของลาวยังเป็นระบบเครือญาติอยู่ทำให้ถึงแม้รถจะช้าแต่ก็มีความอบอุ่นอบอวนไปเต็มคันรถ
พอไปเมืองเว้-ดานัง-ฮอยอันแล้ว พวกเราต่างก็รู้สึกทึ่งกับเมืองนี้มาก เพราะมันช่างสวยและคุ้มค่ากับการรอคอย
คราวนี้ผมรู้แล้วว่า ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอความรู้สึกมันเป็นอย่างไร
ผมได้ข้อสรุปกับตัวเองแล้วครับว่า
ความเร็วในการเดินทางไม่สำคัญเท่ากับว่า เราเลือกที่เดินทางไปทางไหน
อาจไม่เปรี้ยว ซ่า เหมือนถนนชาวบ้านเขา แต่ผมมีความมั่นใจว่า ถนนสายนี้จะพาผมไปยังจุดหมายที่ผมต้องการได้แน่นอน
ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกดีกับชีวิตที่ขับเคลื่อนไปอย่างช้าๆ แล้วครับ
แต่พี่ที่ดูแลเรื่องรถของบขส.ลาวครับ...คราวหลังขอรถเร็วๆ กว่านี้นะครับพี่ เมื่อยก้นชิบเป๋ง

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ไปเที่ยวกันแล้วสินะ

(ฮ่าๆ จะกลับกันแล้วด้วย)

ปิ๊กมา อย่าลืม อัพรูป ให้เพื่อนๆ ไ้ด้ลั้ลลา ด้วยคนนะคะ

^^

#12 By pattararanee (202.176.71.16) on 2008-10-25 14:06

อยากไปด้วยอ่า


*-*

#11 By him on 2008-09-29 23:09

สมบุกสมบัน แต่สมกับการรอคอยนะคะ

เฮ้อ!! ช่วยลุ้นจนเหนื่อยแทน

#10 By poo (124.120.166.98) on 2008-09-11 20:59

ได้เลยครับ

#9 By นกไร้ขา (58.10.84.238) on 2008-09-07 02:47

ฝากเที่ยวเผื่อด้วยเน้อเพื่อนๆ

^^

#8 By pattararanee (125.25.15.226) on 2008-09-05 11:23

มันเป็นที่เรามองเนอะ
บางที ถึงถนนเราจะเป็นทางบ่อหลุม
ถ้าเราสนุกกับการเดินแบบมันส์ๆได้
เราก็จะสุขใจขึ้นกะชีวิต :)

#7 By May* (58.10.102.15) on 2008-08-27 00:24

บ่ดินมาบิ้วท์อีกแล้ว
ปีก่อนไปฮานอยตกเครื่องทีนึง
ถ้าไปกับบ่ดินปีนี้จาเจออารายบ้างเนี้ยะ

#6 By นาย ด.โดม (202.183.180.162) on 2008-08-19 12:18

เพิ่งกลับมากจากหลวงพระบางค่ะ
น่าจะเข้าใจสภาพเส้นทาง
เพราะลำบากและแสนยาวนานเหมือนกัน
แต่มันก็คุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอจริงๆ

ชอบที่เขียนเกี่ยวกับเส้นทางชีวิตของแต่ละคนจังเลยค่ะ
เราไปเพื่อค้นหาคำตอบอะไรบางอย่างแต่ก้ไม่เจอ
แต่กลับมาเจอในบล็อกนี้แทน surprised smile

#5 By yokuraku * on 2008-08-16 14:36

อยากไปจั้งงงงง
^w^

#4 By ดือแดงแรงริด^w^ (124.121.38.183) on 2008-08-15 00:12

เกิดมาไม่เคยไปมุกดาหารเลย เฮ้ออ..

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..sad smile
น่าสนุกจังครับ

#2 By Lonely season on 2008-08-13 08:50

ว่าจะไปช่วงแถบๆตุลาฯเหมือนกันครับ
โชคดีอาจจะได้เดินสวนกัน

#1 By StillGoing on 2008-08-13 07:37