งานฌาปนกิจศพ เดวันอาทิตย์ที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๒

 

มีคนเคยเปรียบความรักว่าเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการชีวิต ไม่ต่างอะไรกับอากาศที่เราหายใจ

                หากจะเปรียบความรักของพ่อแม่เป็นเหมือนอากาศที่ห่อหุ้มและโอบกอดเราไว้ บางครั้งก็อาจเป็นลมที่พัดเบาๆให้เราเย็นใจและเป็นสุข บางครั้งอาจเป็นกระแสลมพัดรุนแรงเพื่อจะเตือนและหยุดยั้งเมื่อเราจะก้าวไปสู่หนทางที่อันตราย

                คำแรกๆในชีวิตที่ฉันพูดได้ คือคำว่า เดเด ในภาษาไหหนำแปลว่า พ่อ ฉันไม่แน่ใจนักว่า พ่อ ที่บ้านอื่นๆ จะถูกเปรียบเป็นลมแบบไหน แต่ เดของฉันเป็นกระแสลมที่อบอุ่นเสมอ

                ลมใต้ปีกเป็นลมที่ทำให้เราบินได้ ถ้าปราศจากอากาศที่โอบล้อมและรองรับเราไว้เสมอ จะไม่มีนกตัวไหนมีโอกาสจะโผบิน เมื่ออากาศเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น เราจึงเริ่มเคยชินกับการกระพือปีก จนคิดไปว่าปีกของเราแข็งแรงขึ้นจากตอนเป็นนกตัวเล็กๆ และบางทีก็หลงลืมความสำคัญของกระแสลมรอบตัวเรา

                เดเป็นอากาศที่อบอุ่น เป็นดั่งกระแสลมที่ช่วยให้เราบินได้อย่างสบายใจ หลายๆครั้งที่เรากระพือปีกและมองตรงไปข้างหน้า โดยไม่รู้ว่า อากาศใต้ปีกพัดพาพบเจอกับมลพิษมากแค่ไหน กว่าจะมาเป็นกระแสลมที่เหมาะสมกับการพัดพาเราไปไหนต่อไหนได้ จะต้องผ่านอะไรมาบ้าง ทั้งๆที่เราหายใจอยู่ได้ ก็เพราะอากาศรอบตัว

                จนถึงวันนี้ เมื่อกระแสลมนั้นหายไป ฉันจึงรู้ตัวว่า ปีกที่กางอยู่อ่อนแอแค่ไหน ในขณะที่ฉันยังต้องบินต่อไป ทำให้หายใจได้ลำบาก กระพือปีกได้ยาก และเสียศูนย์ .. แต่ฉันก็ขอฝากบอกไปกับสายลมนั้นว่า ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะฉันก็จะบินต่อไปอย่างเข้มแข็ง

                มีคนกล่าวว่า การมาร่วมงานศพ เป็นการมาที่จะไม่ได้อะไรกลับไปในโอกาสนี้ หนูต้องขอขอบพระคุณทุกคนที่มาร่วมงานด้วยใจ พลังใจที่ส่งมาสร้างความปิติเมื่อคิดถึงผู้ที่จากไป ความสุขเล็กๆที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาแบบนี้ เป็นกำลังใจจากคนรอบตัว คำกล่าวที่พูดถึง ชื่นชม ความจริงใจ การเป็นผู้ให้ และความดี รวมถึงความอาลัยต่อการจากไปของพ่อผู้เป็นที่รัก ความรักของทุกๆท่านในที่นี้ก็เป็นดั่งลมที่จะช่วยประคับประคองและพัดพาให้พวกเรามีชีวิตต่อไปอย่างภาคภูมิใจ

            แม้ว่าจากนี้ไป จะไม่มีสัมผัสที่คุ้นเคย แขนเล็กที่เคยโอบอุ้มฉันเมื่อยังเล็กจนโอบกอดฉันในวันอ่อนแอเมื่อเติบใหญ่ เท้าขาวๆที่เคยเตะก้นพร้อมเสียงหัวเราะขี้เล่น เสียงปลุกเรียกกินข้าวเช้า เสียงโทรศัพท์ถามไถ่เมื่ออยู่ไกลว่ากลับถึงหอรึยัง ลงท้ายแบบน้ำเน่าว่า รู้มั๊ย เดรักลูกที่สุดในโลกเลยนะ ไม่รักลูกแล้วจะไปรักหมาที่ไหนล่ะ  เมื่อคราวกลับมาถึงบ้านจะนั่งรออยู่ตรงนั้น ทักทายบ้าง นอนกรนบ้าง คอยร่วมยินดีและรับฟังความทุกข์ต่างๆ ใจอ่อนไปกับน้ำตาและการร้องขอของลูก โดยที่ไม่เคยเรียกร้องหรือหลั่งน้ำตาของตัวเองให้กับภาระใดๆในชีวิตที่แบกอยู่บนบ่าบางๆ....

                เดเหนื่อยมามากพอแล้ว จนถึงวันที่เดจากไป เดก็ไปแบบง่ายๆ ไม่เรียกร้องและสร้างความเหนื่อยยากลำบากใคร

                เช้าวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของฉัน ฉันกลับถึงบ้าน วิ่งตรงเข้าไปจะกอดและทวงถามคำอวยพรวันเกิดในวันครบรอบ ๒๔ ปี .. เดกำหลังหลับ ตัวสั่น เหมือนคนฝันร้ายที่ปลุกไม่ตื่น .. และในตอนบ่าย เดก็จากไปอย่างสงบ หลับแบบไม่รู้ตัว ไม่ทรมาน และไม่เหนื่อยนาน

                คำว่า ‘Happy Birthday’ ของฉันได้เกิดความหมายใหม่ เพื่อที่จะระลึกถึงความสุขที่มีผู้สร้างชีวิตให้กำเนิดฉันมาอยู่บนโลกใบนี้ พร้อมๆกับระลึกถึง การเกิดใหม่อย่างเป็นสุขในภพใหม่ของเด ผู้เป็นที่รักยิ่ง

                รักเดเสมอ .. และเดจะยังเป็นอากาศที่มองไม่เห็น และสัมผัสได้อยู่รอบๆตัวเราตลอดไป

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านแล้วน้ำตาคลอเลย

ตอนที่เมไปเชียงดาว พี่รู้สึกว่าเมอ่อนไหวและร้องไห้ง่ายมาก ตาเมจะแดงอยู่ตลอดเวลา

แต่พอพี่ถามพี่บดินทร์ว่าเมเป็นไงบ้างในงาน พี่บดินทร์บอกว่าเมเข้มแข็งมาก

พอได้อ่านจากบทความนี้ พี่ว่าเมถอดหัวใจมาเขียนเลยทีเดียว เมไม่ได้เป็นคนอ่อนแอแต่เมเป็นคนเข้มแข็งที่อ่อนไหวต่อคนที่เมรักและรักเมที่สุดในโลก

เป็นกำลังใจในนะเม พี่เอาใจช่วยเมจ้า

#1 By นักเดินทางใต้แสง(เชียง)ดาว (124.120.177.186) on 2009-04-23 17:47

อ่านแล้วน้ำตาคลอเหมือนกันเลยค่ะ
เข้มแข็งนะคะพี่เม

#2 By พลอย เสดสาด (124.122.149.64) on 2009-04-23 18:38

...

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะ...
แต่ยังไงก็ขอให้เข้มแข็ง และก้าวเดินต่อไป...

#3 By KeRoRo on 2009-04-23 20:01

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะพี่เม


แม้ไม่ได้ตอบทางอีเมล์ แต่ก็แอบดูอยู่ห่าง ๆ


มีพบก็ต้องมีจากเป็นธรรมดา คุณพ่อเตยท่านก็เสียไปเมื่อเตยอยู่ ม.1


อ่านแล้วน้ำตาคลอเช่นกันค่ะ คิดถึงคุณพ่อ

#4 By ชาเขียวaddict on 2009-04-23 22:03

โชคดีจัง




พี่เมยังมีสายลมที่อุ่นๆ
โอบรอบพี่เมเสมอเลยเนอะ



ขอให้แข็งแรงนะพี่เม

:)
big smile big smile

#5 By (118.173.101.158) on 2009-04-24 00:00

เมื่อกี้ตาลเองนะ



:)

#6 By (118.173.101.158) on 2009-04-24 00:00

สายลมของเมจะต้องดีใจ และภูมิใจในนกตัวน้อยที่เคยโอบอุ้ม....

มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ พี่ยิ้มก็เชื่อแบบนั้น

เข้มแข็งนะน้อง


#7 By ยิ้ม ^^ (203.146.145.178) on 2009-04-24 09:45

ขอบคุณทุกคนอีกทีค่ะ

คำว่า สติ กับ ปัจจุบัน
ทำให้เข้มแข็งอย่างไม่น่าเชื่อ
(ต้องขอบคุณแม่ที่ส่งไปเข้าวัดฮะ)

ตอนนี้รู้สึกดีได้ง่ายๆ เวลาที่ลมพัด : )
(แถมช่วงนี้อากาศร้อนๆ ลมพัดมาทีดีใจจัง)

#8 By May* (117.47.229.35) on 2009-04-24 12:38

พี่เม

มาให้กำลังใจอีกคนค่ะพี่เม

ท่านจะยังอยู่ในใจ ยังคงอยู่กับเราเสมอค่ะพี่เม

แม่จอมก็เสียตอนจอมอยู่ม.สามค่ะ จอมเข้าใจความรู้สึกพี่เมนะ (อ่านแล้วก็น้ำตาคลอเช่นกัน)

จอมรู้ว่าพี่เมเข้มแข็งค่ะ สู้ๆ

#9 By จอม (125.25.13.166) on 2009-04-24 16:07

เป็นกำลังใจให้นะเม
เราปลอบใจใครไม่เก่ง
แต่ถ้ามีไรให้ช่วยบอกได้นะ
:)

#10 By beambongga (61.7.145.148) on 2009-04-28 12:54

เข้มแข็งครับ

#11 By จิว (124.122.199.89) on 2009-04-29 22:35

อ่านบทความแล้ว ...ก็ยกมือขึ้นไหว้ "เด" ของคุณ
ที่ทำให้ ฉันได้อ่านอะไรดีดีแบบนี้

ความรักช่างยิ่งใหญ่นัก

ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องแบบนี้ให้ได้อ่านค่ะ

เข้มแข็งนะคะ..

#12 By AA (125.27.238.160) on 2009-07-16 22:03