แถลงการณ์เรื่อง ตาถั่วฉบับที่ 1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากใช้เวลานานเกือบ 7 เดือน ในที่สุดหนังสือตาถั่วก็เสร็จออกมาจนได้ (บีมบอกว่า ที่จริงแล้วออกเร็วก่อนกำหนด เพราะกำหนดจริงตั้งใจจะให้ออกวันที่ 5 พค. ครบรอบ 1 ปีพอดี)

เนื่องจากในหนังสือตาถั่วของจริง ไม่มีหน้าแถลงการณ์ (เพราะถ้ามี ราคาอาจจะพุ่งไปเกิน 200 บาทได้) จึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้แจ้งข่าวและกล่าวขอบคุณอย่างเป็นทางการครับ

 

แรกสุดต้องขอขอบคุณพี่ก้อง พี่เอ๋ พี่อัพ ที่เป็นตัวตั้งตัวตี จัดทริปนี้ขึ้นมา ทำให้เส้นทางชีวิตของแต่ละคนที่ไม่น่าจะยุ่งเกี่ยวกันได้ มีโอกาสพาดผ่านกัน

ขอบคุณแอ๊นท์และบีม ที่ช่วยกันปลุกปล้ำ (ปลุกปั้นอาจฟังดูเบาเกิน ต้องใช้ปลุกปล้ำ) จัดหน้า ใส่ภาพ จัดรูปเล่มทั้งหมด ซึ่งกว่าจะเสร็จออกมาสวยงามสมใจ สองสาวก็ต้องไปนั่งทำกันถึงเชียงใหม่เลยทีเดียว

ขอบคุณพี่เปิ้ลที่ช่วย Proof ให้ถึงสองรอบ งานนี้หมดพาราไปกี่เม็ดครับ ขอบคุณจอมสำหรับหนังสั้น และเป็นตัวประสานสิบทิศ งานนี้ขอตั้งฉายาว่า จอมโทร แทน จอมถ่าย

ขอบคุณพี่ปอนด์ ที่ช่วยติดต่อโรงพิมพ์และติดต่อเรื่องราคา การจัดพิมพ์ทุกอย่าง ไม่เสียชื่อเจ้าแม่ a book จริงๆ ครับ

ขอบคุณเม charooroo (ใครก็ได้ ช่วยตั้งฉายาใหม่ให้เมทีเถอะ) สำหรับเรื่องการเงินและการจัดส่งขอบคุณพี่ก้อง พี่เอ๋ ที่ช่วยเป็นที่ปรึกษาให้ครับ

ขอบคุณ ภูมิ ที่เป็นตัวตั้งตัวตี และเป็นเจ้าของไอเดียดีๆ มากมาย แม้ภูมิจะไม่ได้อยู่ร่วมจนจบกระบวนการ แต่ถ้าไม่มีไฟจากภูมิในตอนแรก  หนังสือเล่มนี้ก็คงยากที่จะเกิด

นอกจากข้างบนแล้ว ต้องขอบคุณชาวหน่อไม้คนอื่นๆ อย่าง แม่อ้อย น้องจิ๊บ ครูแอน หมอกิ๊ก โดม น้องแช่ม น้องเตย จิตร พี่นัตตี้ พี่นี บีม น้องเบลล์ ติว น้องป้อง พี่อูม  เกียง บอย ครูขวัญ พี่ยิ้ม วิว เจน แป้ง ขวัญมาสาย (กลายเป็นตราบาป ถูกเรียกชั่วชีวิตเลย ฮ่าๆๆ) พี่ป๋อ เบีย พลอยละอ่อน พลอยเสดสาด พลอยพยาบาล ติว พี่เอี้ยง ยี่ ตาล น้องนานา ฮิม เฮม ไก่ รวมถึงกิ๊ฟและกล้วยที่ไม่ได้ไปด้วย

ขอบคุณชาวมะขามป้อม ชาวปางแดงใน และทุกคนที่มีส่วนร่วม

 

ขอบคุณครับ

บดินทร์ 

 

******************************************

 

ขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังสือนะครับ

 

1.ตอนนี้ขอเคาะที่ราคา *เล่มละ 200 บาท* โดยส่วนเกินไม่กี่บาท จะเอาไปเป็นค่าใช้จ่ายของหนังสือตาถั่วส่วนของมะขามป้อม (จิตรกับจอมไม่ต้องออกเองนะครับ)

*ส่วนค่าดีวีดี คิด 20 บาทนะครับ (ได้แค่คนละแผ่น เช่น ผมสั่ง 5 เล่มผมก็จะได้ดีวีดีแค่แผ่นเดียว ไม่ใช่ 5 แผ่น)*

 

2.ถ้าเป็นไปได้ ให้มารับหนังสือในวันมีตติ้งนะครับ จะได้เจอกัน

 

3.ถ้าใครมาไม่ได้วันนั้น มีให้เลือก 3 ทาง

-ฝากคนที่ไปงานมีตติ้งหยิบให้แล้วไปเอาที่เพื่อนตอนหลัง

-ไปเอาหนังสือที่พี่ปอนด์ที่ a day เอกมัย 10 แล้วโอนเงินมาให้เม

-ให้ทีมงานส่งไปรษณีย์ไปให้

โดยถ้าสั่ง 1-2 เล่ม คิดค่าส่ง 20 บาท 3 เล่มขึ้นไป คิดค่าส่ง 30 บาท

ถ้าบ้านอยู่ใกล้กันหรือจะได้เจอกันอยู่แล้ว (เช่น ขวัญ-บีม อยู่เชียงใหม่เหมือนกัน เป็นต้น) ให้ส่งไปในคราวเดียวกันเลยก็ได้

 

 

โดยส่งชื่อ-ที่อยู่ที่จะให้ส่ง-จำนวนเล่มมาให้ทาง charooroo@hotmail.com และ otto2py@hotmail.com (2 เมล์เลยนะครับ)

ใครไม่ได้ไปชัวร์ๆ และอยากได้หนังสือทางไปรษณีย์

แจ้งข้อมูลทั้งหมด มาได้ตั้งแต่วันนี้เลยนะครับ

 

4.การจ่ายเงิน

-จ่ายเงินตอนวันมีตติ้งเลย ถ้าใครฝากเพื่อนมาเอา ควรให้เพื่อนออกเงินให้ก่อนล่วงหน้าด้วย

-ถ้าไม่ได้ไป แล้วไปเอาที่ a day วันหลังหรือ ให้ส่งไปรษณีย์ไปให้ ให้โอนเงินมาที่บัญชีของเม

 

กสิกรไทย สาขาสยามสแควร์

*026-2-90049-5*

ชื่อบัญชีนันทนัช (Nantanat)

 

โอนมาทั้งค่าหนังสือและค่าส่งเลยนะครับ

เช่น

 

น้องนานา สั่ง 1 เล่ม ส่งไปรษณีย์

ค่าหนังสือ = 199 บาท

ค่าส่ง = 20 บาท

รวมเป็น 219 บาท

 

 

น้องเบลล์รวมกับน้องติว สั่ง 4 เล่ม ให้ส่งไปรษณีย์มาให้น้องเบลล์คนเดียว

ค่าหนังสือ 199*4 = 796 บาท

ค่าส่ง เกิน 3 เล่ม = 30 บาท

รวมเป็น  826 บาท

 

หรือน้องแช่มสั่ง 2 เล่ม ไปเอาที่ a day เอง

ค่าหนังสือ 199*2 = 398 บาท

ค่าส่ง ไม่มี เพราะไปเอาเอง

รวมเป็น 398 บาท

 

ถ้าโอนเงินมาแล้ว ให้ SMS ไปที่เบอร์ของเม

xxxxxxxx (ขอไม่เอาลงในบลอก เพื่อความปลอดภัย ใครอยากรู้ไปดูที่เมลล์ได้)

หรือ e-mail มาบอกได้ที่ charooroo@hotmail.com และ otto2py@hotmail.com (2 เมล์เลยนะครับ)

ถ้าเมลล์มา ให้บอกชื่อคนโอน-จำนวนเงินโอน-วันเวลาที่โอนมาด้วย

หรือถ้าขี้เกียจเมลล์ โทรมาบอกดื้อๆ เลยก็ได้เช่นกัน

 

 

5.ทางเราจะจัดส่งไปให้หลังวันมีตติ้งนะครับ (เพื่อที่วันมีตติ้งจะได้มากันเยอะๆ)

6.พิมพ์แค่ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายนะครับ จะไม่พิมพ์ครั้งที่สองแล้ว เพื่อให้สมกับที่เป็น Limited Edition

7.อ่านจบแล้ว มาแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่นะครับ (เลียนแบบพี่เอ๋ ฮ่าๆ) เพื่อที่กระทู้จะได้ไม่เงียบเหงาเกินไปนัก

***************

ขอชี้แจงเรื่องอื่นๆ อีกเล็กน้อย

 

ตอนนี้เงินบริจาคตอนงานแตกหน่อ ยังอยู่ที่พวกเรานะครับ แต่ที่ไม่ได้เอาไปให้พี่มะขามป้อม เพราะพี่เขาบอกว่าได้รับเงินมากพอตามที่ต้องการแล้ว

ทางเราก็เลยคิดว่า เราน่าจะเอาเงินไปทำการกุศลอย่างอื่นกัน

แต่ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่า จะเอาไปทำอะไรดี ใครมีไอเดียอะไร ช่วยกันเสนอได้นะครับ

 

จบแถลงการณ์แต่เพียงเท่านี้

ใครอยากเพิ่มเติมอะไรก็บอกกันได้นะครับ

ขอให้สนุกกับหนังสือครับ

 เจอกันเมื่อเจอกันบดินทร์

 

-ร้านยาที่ผมเป็นเจ้าของตอนนี้ เปิดทำการแล้วนะครับ
ร้านของผมมีชื่อว่า "ร้านปันยา" ครับ (ชื่อ เยียวยา ไม่เอาแล้ว เดี๋ยวดูเศร้าเกิน)
อยู่ในบริเวณกาดธานินทร์ หรือ ชื่อเป็นทางการว่า ตลาดศิริวัฒนา แถวราชภัฏเชียงใหม่ครับ
วิธีการมาก็ง่ายๆ คือ
ถ้ามาทางซูเปอร์ไฮเวย์จากลำพูน ก็รอให้รถข้ามสะพานข้าม
แม่น้ำปิงก่อนแล้วตรงมาเรื่อยๆ
พอถึงไฟแดงแรก (ทางซ้ายไปประตูช้างเผือก ทางขวาไปแม่ริม)
ให้เลี้ยวซ้ายเลย แล้วตรงมาเรื่อยๆ ผ่านราชภัฏ
พอเจอไฟแดงตรงธ.กสิกรไทยก็เลี้ยวขวา เข้าตลาดได้เลย
หรือถ้ามาจากทางคูเมืองก็เข้ามาทางประตูช้างเผือก แล้วตรงมาเรื่อยๆ รอจนเจอ 7-11 แล้วทางขวามือเป็นธ.กสิกรไทยค่อยเลี้ยวซ้าย
หรือจะให้ง่ายที่สุด ถามชาวบ้านเลยว่า กาดธานินทร์ไปทางไหน ง่ายที่สุด ฮ่าๆๆ
ร้านผมจะอยู่ด้านในตลาด หลังห้าง เชียงใหม่ไดเรคท์ ข้างยุ้ยเบเกอรี่ครับ
ดูแผนที่ได้ที่นี่

-ผมคิดว่า ถ้าเปิดเป็นร้านยาอย่างเดียว จะไม่ค่อยคุ้มค่าเช่าที่ เลยกะว่าจะเปิดเป็นร้านขายสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพไปด้วย
ทั้งยา วิตามิน อาหารเสริม สมุนไพรเพื่อสุขภาพ (อ่านไปอ่านมา ออกแนวแอมเวย์เหมือนกันนะเนี่ย 555) ชาเพื่อสุขภาพ ขายนมสดอะไรทำนองนี้
คือสินค้าไหนดีต่อสุขภาพ ผมจะเอามาขาย ประมาณว่าถ้าเข้ามาร้านนี้ คุณจะได้สุขภาพที่ดีกลับไปแน่นอน (แต่เจ้าของแอบไปจิบเบียร์อยู่หลังร้าน แหะๆๆ)
นอกนั้นก็อาจจะมีโปสการ์ด ของจิปาถะขาย (อันนี้ขอดูก่อนว่า ไปด้วยกันกับร้านได้หรือเปล่า แต่อยากขายมากๆๆ)

 


-ผมแอบขัดใจมานานแล้วว่า ทำไมร้านขายยาส่วนใหญ่ถึงตกแต่งได้ เช้ยเชย แถมดูเป็นทางการ ไม่ชักชวนให้เข้ามาเลย
ผมจึงตั้งใจว่า อยากจะตกแต่งร้านให้ดูมีลูกเล่น เป็นมิตร น่าเข้ามาในร้านมากขึ้น
แต่คงไม่ตกแต่งถึงขั้นจัดจ้านมาก กะจะทำเป็นแบบซิมพลิฟาย
ดูง่ายแต่งามตามหลัก small is beautiful มากกว่า (ที่จริงแล้ว งบน้อย ฮ่าๆๆ)

 


-ตึกที่ผมเช่ามี 4 ชั้น ได้ใช้จริง 3 ชั้น ที่เหลือเป็นชั้นว่างๆ (พื้นที่กว้างมาก)กำลังมีความคิดว่า อยากจะเปิดให้เช่าเป็น guesthouse โดยคิดค่าเช่าเป็นหนังสือ 1 เล่ม หรือซีดีหนังหรือเพลงอะไรก็ได้ 1 แผ่น
หรือถ้าใครไม่อยากเอาหนังสือมาแลก เปลี่ยนเป็นเอาภาพวาดที่คุณวาดเอง หรือต้นไม้ หรือของประดับเก๋ๆ มาแลกแทนก็ได้นะครับ
ได้หมดทุกอย่างยกเว้นเงิน (เอ๊ะ หรือเอาเงินด้วยดีหว่า ฮ่าๆๆ)
เพราะคำนวนแล้วว่า อยู่เฝ้าร้านยาท่าจะเหงา หาเพื่อนคุยด้วยดีกว่า...
ปล.แต่เพื่อนๆ ที่บอกว่าเป็นผู้อ่าน "หน่อไม้" ไม่ต้องห่วงครับ ไม่เก็บค่าเช่าแน่นอน นอนฟรีครับ

 


-ตอนนี้ที่ร้านมี hi5 แล้วนะครับ ไปแอดได้ที่ midnightpharmacy.hi5.com
หรือสะดวกอีเมล์ก็เชิญได้ที่ midnightpharmacy@hotmail.com (สงสัยที่ร้านเสร็จช้า เพราะมัวแต่ทำเรื่องไร้สาระแบบนี้น่ะแหละ ฮ่าๆๆ)

 

ถ้ามีรายละเอียดอะไรเพิ่มเติม จะเข้ามาแจ้งให้ทราบอีกทีนะครับ
ว่างๆ ก็แวะมาแอ่วได้นะครับ มานั่งคุยกันเล่นๆ ขำๆ ครับ
ขอบคุณครับ

สวัสดีปีใหม่ครับ มิตรรักชาวหน่อไม้ทั้งหลาย

เรื่องที่จะมาโพสต์ต่อไปนี้ อาจจะดูเหมือนเป็นโฆษณาแฝงเล็กน้อย  

แต่ผมเห็นว่า เรื่องราวมันน่าจะเชื่อมต่อกับหนังสือหน่อไม้ได้ เลยขออนุญาตเอามาโพสต์ที่นี่

(ไม่โฆษณากับชาวหน่อไม้แล้วจะให้ไปโฆษณากับใครเล่า จริงไหมครับ)

ที่เกริ่นมาซะนาน ก็เพื่ออยากจะบอกว่า

โครงการ ร้านยาอาร์ทๆ ที่เชียงใหม่ ตอนนี้ใกล้คลอดแล้วนะครับ

หลังจากที่รอมานาน จนเพื่อนๆ พี่ๆ หลายคนเข้าใจว่าโครงการนี้น่าจะแท้งไปแล้ว

ความจริงยังไม่แท้งครับ (แต่อาจจะท้องนานไปหน่อย)

ทางเจ้าของที่ได้ส่งมอบอาคารให้ผมแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการตกแต่งร้านครับ

คาดว่าจะแล้วเสร็จ พร้อมเปิดภายในไตรมาสนี้ได้อย่างแน่นอน (แต่ไม่กล้ารับปากมาก เพราะรู้สึกว่า เวลารับปากอะไรเป็นมั่นเป้นเหมาะทีไร ต้องมีอะไรมาทำให้ผิดพลาดทุกที 555 )

โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้

1.คงไม่ได้ตั้งชื่อร้านว่า เยียวยา แล้ว เพราะมีแต่คนลงความเห็นว่า ดูเศร้าไปแถมชื่อไม่ดึงดูด  

และตอนนี้กำลังหาชื่อร้านที่เหมาะสมอยู่ แต่ตอนนี้ก็ยังหาไม่ได้เลย นั่งเครียดมาหลายวันแล้วครับเนี่ย 555

เลยอยากเชิญชวนเพื่อนๆ มาช่วยคิดชื่อร้านยาให้หน่อย อยากได้แบบเท่ๆ ไม่ซ้ำซาก แบบบดินทร์เภสัช หรือ หมอยา แบบนี้ไม่เอา แต่ก็ขอไม่ให้ล้ำทะลุมิติเกิน (อาทิเช่น เยียวยา 555) จนคนไม่กล้าเข้าร้าน

ตอนนี้ ชื่อที่เล็งๆ ไว้อยู่ก็มี

-ล้านยา มาจาก ล้านนา+ยา แต่ชื่อมันดูเวอร์ไปหน่อย

-midnight pharmacy ชื่อบอกจุดขายว่าเปิดกลางคืน แต่ชื่อไม่ค่อย match กับความเป็นร้านยาเท่าไร

-ยาใจ ในเมื่อเอาเท่ไม่ได้ ก็ขอเปลี่ยนเป็นแนวนี้ไปเลยดีกว่า 555 แต่กลัวว่าชื่อจะไม่เข้ากับหน้าเจ้าของร้านน่ะสิ

-อื่นๆ เช่น ยาพิศ, ดรักแด้, ยาหยี (แต่ละชื่อไม่ชวนให้เข้าเล้ย 555)

2.ร้านผมอยู่บริเวณตลาดธานินทร์ (หรืออีกชื่อคือ ตลาดศิริวัฒนา)

แถวประตูช้างเผือกหรือราชภัฏเชียงใหม่ครับ

วิธีมาง่ายๆ เข้ามาในตลาด หาร้านยุ้ยเบเกอรี่ให้เจอ

ร้านผมจะอยู่ถัดจากร้านนั้นไป 2 ร้าน (อยู่ระหว่างร้าน N-แล็ปและร้านอุษา)

ดูวิธีการมาตลาดได้ที่นี่ครับ

http://www.a9place.com/images/map_a9.jpg

http://www.a9place.com/images/city-map.gif

 

3.ตอนแรกวางแผนว่าจะทำร้านตามใจตัวเอง กะว่าขออาร์ทสุดฤทธิ์ มีมุมกาแฟ

แต่ผู้ออกทุนให้ (ท่านพ่อ ท่านแม่) ไม่อนุมัติครับ

เลยต้องขอทำเป็นร้านยาง่ายๆ เล็กๆ อย่างเดียวไปก่อน รอให้อะไรมันลงตัวกว่านี้ค่อยคิดการใหญ่

แต่ถึงอย่างไร ผมก็กะว่าจะให้มีมุมขายโปสการ์ด มีพื้นที่แสดงภาพเขียน

ดังนั้น เพื่อนๆ คนไหนที่ชอบวาดภาพ ก็แสดงฝืมือกันมาได้นะครับ ถ้าวาดเสร็จแล้ว รับรองว่า จะเอาภาพของเพื่อนๆ มาแขวนโชว์ด้านหน้าเลย

หรือจะเอาหนังสือทำมือ/โปสการ์ดมาฝากขายได้นะครับผม

4.แต่ที่ยอมไม่ได้ คือ เรื่องการตกแต่งร้านครับ

ผมแอบขัดใจมานานแล้วว่า ทำไมร้านขายยาส่วนใหญ่ถึงตกแต่งได้ เช้ยเชย แถมเป็นทางการ ดูไม่น่าเข้าขนาดนั้น

ผมจึงกะว่า จะตกแต่งให้มีลูกเล่น ดูเป็นมิตร น่าเข้ามากขึ้น

นี่ก็เช่นกัน ถ้าใครมีไอเดียเกี่ยวกับการตกแต่ง อยากให้ร้านมี gimmick อะไร ทาสีอะไร หรือไปเจอของกิ๊บเก๋ที่ไหน ที่ดูแล้วเหมาะกับร้านผม ก็ซื้อมาฝากแล้วมาเก็บเงินปลายทางได้ที่ผมนะครับ

5.เพื่อนๆ หรือหนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่นคนไหน แวะมาเที่ยวเชียงใหม่แล้วไม่มีที่พัก

ก็แวะมาพักที่ร้านผมได้นะครับ ไม่คิดค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น

ตึกที่ผมเช่าอยู่ มี 4 ชั้นครับ! แต่ใช้งานจริง 2 ชั้น (แล้วตูจะเช่าอะไรกันมากมาย 555)

มีห้องว่างเหลือเฟือครับ

**************************************************

ขออัพเดทข้อมูลเบื่องต้นแค่นี้ก่อนแล้วกัน

ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะแจ้งให้เพื่อนๆ ทราบอีกทีครับ

เจอกันเมื่อเจอกัน

บดินทร์

birdwithnolegs.bloggang.com

 

 

 

 

แตกหน่อ..ร้อนๆจ้า

posted on 29 Nov 2008 23:04 by timecapsule

   ขอเป็นตัวแทนชาวหน่อไม้ ในการอัพบล๊อควันนี้นะค่ะ

วันนี้เป็นวันเปิดตัวหนังสือ "หน่อไม้" ที่มีชื่องานน่ารักๆว่า "แตกหน่อ" ค่ะ งานนี้ได้จัดขึ้นที่โรงละครมะขามป้อม (สะพานควาย)  นอกจากผู้อ่าน ผู้เขียน และผู้ร่วมเดินทางจะได้เจอกันแล้ว พวกเรายังได้รับรู้ถึงปัญหาของชาวปางแดงฯ อีกด้วย  และคิดว่าปัญหานี้คงแก้ได้ในเร็ววัน  แต่คำบอกเล่าในสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ได้ส่งไปถึงใครหลายๆคน ที่ได้ทราบถึงปัญหาต่างๆในวันนี้ (ใครอยากรู้รายละเอียด ก็เชิญอ่านเอ็นทรี่ก่อนหน้านี้เลยค่ะ)

    สำหรับใครที่ได้ไปวันนี้ หรือใครที่ไม่ได้ไป อยากแสดงความเห็นอะไรก็บอกกันได้ค่ะ ที่มาอัพเดทบล๊อควันนี้ ก็เพื่อให้บล๊อคนี้เป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสารของพวกเรา ใครที่มีปัญหาอยากถาม อยากบอก คาใจ ยังคุยไม่จุใจ เหนืยมอาย ไม่กล้าพูดคุย ก็เชิญได้ที่โลกไซเบอร์นี้ได้เลยค่ะ

     มาถึงเรื่องต้นไม้กันบ้าง ใครได้รับต้นไม้ของใครไป ก็สามารถเข้ามาฝากข้อความ พูดคุย แสดงความคิดเห็นกันได้ในนี้เลยค่ะ

     เอาไว้เจอกันโอกาสหน้าค่ะ ^^ ยินดีที่ได้พบทุกคน